ร้านอาหารและคาเฟ่
เมนู QR กับระบบสั่งอาหาร QR ต่างกันยังไง และร้านของคุณควรใช้แบบไหน
QR บนโต๊ะเหมือนกัน แต่หลังสแกนทำงานคนละแบบ แบบหนึ่งให้ลูกค้าดูเมนู อีกแบบให้ลูกค้าสั่งแล้วออเดอร์เข้าร้านเลย บทความนี้ช่วยดูว่าร้านของคุณใช้แค่เมนู QR ก็พอ หรือควรมีระบบสั่งอาหาร
ในบทความนี้9
QR เหมือนกัน แต่หลังสแกนทำงานคนละแบบ
ถ้าเดินดูร้านอาหารแถวบ้าน จะเห็นว่าหลายร้านมี QR Code วางบนโต๊ะ แต่พอสแกนแล้ว ประสบการณ์ต่างกันมาก บางร้านเปิดรูปเมนูขึ้นมาให้ดู แล้วลูกค้าก็ยังต้องยกมือเรียกพนักงานมาจด บางร้านลูกค้ากดเลือกเมนู กดสั่ง แล้วออเดอร์ก็เข้าร้านเลย
แบบแรกคือเมนู QR แบบที่สองคือระบบสั่งอาหาร QR ทั้งสองแบบมีประโยชน์ แต่แก้ปัญหาคนละเรื่อง ถ้าเลือกผิด อาจจ่ายเงินกับสิ่งที่ร้านยังไม่ต้องใช้ หรือกลับกัน คิดว่าติด QR แล้วงานพนักงานจะลดลง แต่จริง ๆ ยังเหมือนเดิม
ไม่มีแบบไหนดีกว่ากันเสมอไป คำถามจริง ๆ คือร้านของคุณต้องการแบบไหน
เมนู QR คืออะไร
เมนู QR คือเมนูที่ลูกค้าเปิดดูบนมือถือแทนเล่มกระดาษ สแกนแล้วก็อ่านเมนูได้เลย ส่วนการสั่งอาหารยังเหมือนเดิม คือเรียกพนักงานมาจด
เมนู QR มีหลายแบบ ตั้งแต่ไฟล์ PDF หรือรูปเมนูที่ถ่ายไว้ ไปจนถึงหน้าเว็บเมนูที่แบ่งหมวด มีรูป และแก้ราคาได้เองจากหลังบ้าน หลายเครื่องมือให้ใช้ฟรีหรือราคาไม่แพง และทำเองได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง
ข้อดีของเมนู QR มีจริง — แก้ราคาหรือเมนูหมดได้ทันทีโดยไม่ต้องพิมพ์เล่มใหม่ ใส่รูปได้เยอะกว่าเล่มกระดาษ และร้านที่มีลูกค้าต่างชาติก็ทำเมนูภาษาอังกฤษไว้ให้ดูได้
สิ่งที่เมนู QR ทำไม่ได้ — ไม่รับออเดอร์ ไม่รู้ว่าลูกค้านั่งโต๊ะไหน และไม่มีอะไรส่งไปที่ครัว งานจดออเดอร์ เดินส่งครัว และเช็กบิลยังเป็นของพนักงานเหมือนเดิม
ระบบสั่งอาหาร QR คืออะไร
ระบบสั่งอาหาร QR ให้ลูกค้าทำมากกว่าดูเมนู ลูกค้าสแกน QR ของโต๊ะตัวเอง เลือกเมนู เลือกตัวเลือก ใส่หมายเหตุ แล้วกดส่ง ออเดอร์จะเข้าระบบของร้านพร้อมเลขโต๊ะ พนักงานเห็นทันทีว่าโต๊ะไหนสั่งอะไร และถ้าร้านตั้งไว้ ก็พิมพ์เข้าครัวได้เลย
เพราะ QR แต่ละอันผูกกับโต๊ะ ระบบจึงรู้ว่าออเดอร์มาจากไหน ลูกค้าสั่งเพิ่มเป็นรอบที่สอง รอบที่สามได้จากมือถือเครื่องเดิม และบางระบบให้กดเรียกพนักงานหรือขอบิลจากมือถือได้ด้วย
ถ้าอยากรู้รายละเอียดว่าระบบแบบนี้ทำงานยังไงทั้งฝั่งลูกค้าและฝั่งร้าน อ่านต่อได้ที่ระบบสั่งอาหาร QR Code คืออะไร
หลังสแกน เกิดอะไรขึ้นบ้าง
ลองนึกถึงโต๊ะที่สั่งข้าวผัดกะเพรา ต้มยำ และชาไทยเย็นสองแก้ว แล้วเทียบกันทั้งสองแบบ
ถ้าเป็นเมนู QR — ลูกค้าสแกนดูเมนู เลือกได้แล้วก็ยกมือเรียกพนักงาน รอพนักงานว่าง พนักงานมาจด เดินไปส่งครัว แล้วแวะบอกบาร์เรื่องชาไทย พอลูกค้าอยากสั่งเพิ่มก็เรียกพนักงานใหม่อีกรอบ ตอนจะจ่ายเงินก็เรียกอีกครั้ง
ถ้าเป็นระบบสั่งอาหาร QR — ลูกค้าสแกน เลือกเมนู ใส่หมายเหตุว่า "ไม่เผ็ด" แล้วกดส่ง ออเดอร์ขึ้นที่เครื่องของพนักงานพร้อมเลขโต๊ะ ถ้าร้านใช้เครื่องพิมพ์ครัว ใบอาหารก็ออกที่ครัว ใบเครื่องดื่มออกที่บาร์ ลูกค้าสั่งเพิ่มเองได้ และกดขอบิลจากมือถือได้เมื่อร้านเปิดฟีเจอร์นี้ไว้
สิ่งที่ต่างกันจริง ๆ จึงไม่ใช่ตัว QR แต่คือหลังสแกนแล้วใครต้องทำงานต่อ ถ้าเป็นเมนู QR พนักงานยังทำทุกขั้นตอนเหมือนเดิม ถ้าเป็นระบบสั่ง ขั้นตอนจดและส่งออเดอร์ถูกตัดออกไป
เทียบกันแบบตรง ๆ
ตารางนี้เทียบสิ่งที่แต่ละแบบทำได้โดยทั่วไป รายละเอียดของแต่ละเครื่องมือหรือแต่ละเจ้าอาจต่างกันบ้าง
| เมนู QR | ระบบสั่งอาหาร QR | |
|---|---|---|
| ลูกค้าดูเมนูบนมือถือ | ได้ | ได้ |
| ลูกค้ากดสั่งเอง | ไม่ได้ ต้องเรียกพนักงาน | ได้ |
| รู้ว่าออเดอร์มาจากโต๊ะไหน | ไม่ต้องรู้ ใช้ QR เดียวทั้งร้านก็ได้ | รู้ เพราะแต่ละโต๊ะมี QR ของตัวเอง |
| ออเดอร์ไปถึงพนักงานและครัว | พนักงานจดและเดินไปส่งเอง | เข้าระบบเอง และพิมพ์เข้าครัวได้ถ้าร้านใช้เครื่องพิมพ์ |
| สั่งเพิ่มหลายรอบ | เรียกพนักงานทุกรอบ | กดสั่งเพิ่มจากมือถือ |
| เรียกพนักงาน / ขอบิล | ยกมือเรียก | กดจากมือถือได้ในบางระบบ |
| อุปกรณ์ในร้าน | ไม่ต้องมี | มือถือหรือแท็บเล็ตของพนักงาน และเครื่องพิมพ์ถ้าจะพิมพ์เข้าครัว |
| ค่าใช้จ่าย | ฟรีหรือราคาไม่แพง | มักมีค่าบริการรายเดือน |
| การเตรียมร้าน | ทำเองได้ ไม่ซับซ้อน | ต้องตั้งค่าเมนู โต๊ะ อุปกรณ์ และสอนพนักงาน |
| เหมาะกับ | ร้านที่อยากให้ลูกค้าดูเมนูบนมือถือ | ร้านที่อยากให้ออเดอร์เข้าระบบโดยไม่ต้องผ่านการจด |
ค่าใช้จ่ายและงานที่ต้องเตรียม ต่างกันแค่ไหน
เมนู QR เริ่มง่ายกว่ามาก อัปโหลดเมนู สร้าง QR พิมพ์ติดโต๊ะ ก็ใช้ได้แล้ว ไม่ต้องมีอุปกรณ์เพิ่ม และถ้าวันไหนอินเทอร์เน็ตในร้านมีปัญหา ลูกค้าก็ยังใช้เน็ตมือถือตัวเองเปิดเมนูได้
ระบบสั่งอาหาร QR มีงานเตรียมมากกว่า ต้องใส่เมนูพร้อมตัวเลือกและราคาให้ถูกต้อง พิมพ์ QR แยกตามโต๊ะ มีมือถือหรือแท็บเล็ตให้พนักงานดูออเดอร์ ถ้าจะพิมพ์เข้าครัวก็ต้องมีเครื่องพิมพ์ และร้านต้องมี Wi-Fi ที่ใช้งานได้ตลอดเวลาเปิดร้าน พนักงานก็ต้องเรียนรู้ขั้นตอนใหม่บ้าง
เรื่องราคา เมนู QR มักฟรีหรือจ่ายไม่มาก ส่วนระบบสั่งอาหารมักคิดเป็นรายเดือน บางเจ้าคิดค่าธรรมเนียมต่อออเดอร์ด้วย ก่อนเลือกควรถามให้ชัดว่าราคารวมอะไรบ้าง และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเมื่อร้านขายได้มากขึ้นหรือไม่
ตัวอย่าง 4 ร้าน 4 แบบ
คาเฟ่เล็กที่สั่งและจ่ายที่เคาน์เตอร์ — ลูกค้าเดินมาสั่งที่หน้าเคาน์เตอร์อยู่แล้ว บาริสต้าคนเดียวทำทุกอย่าง เมนู QR ช่วยให้ลูกค้าดูเมนูระหว่างต่อคิวได้ แต่ระบบสั่งจากโต๊ะแทบไม่ช่วยอะไร ร้านแบบนี้ใช้แค่เมนู QR ก็พอ หรืออาจไม่ต้องใช้เลยก็ได้
ร้านอาหารทั่วไป 8-10 โต๊ะ พนักงานพอ — ถ้าพนักงานรับออเดอร์ทันแทบทุกช่วง และลูกค้าส่วนใหญ่ชอบคุยกับพนักงาน เมนู QR ที่มีรูปและภาษาอังกฤษอาจพอแล้ว ระบบสั่งอาหารจะเริ่มคุ้มเมื่อร้านเริ่มเจอช่วงที่ลูกค้ารอนาน หรือจดออเดอร์ผิดบ่อย
ร้านที่ยุ่งมากช่วงเย็นและวันหยุด — ลูกค้าเต็มทุกโต๊ะ ยกมือเรียกแล้วรอ สั่งเพิ่มก็ต้องรออีก ร้านแบบนี้ได้ประโยชน์จากระบบสั่งอาหาร QR ชัดที่สุด เพราะงานจดและเดินส่งออเดอร์ ซึ่งกินเวลามากที่สุดตอนร้านเต็ม หายไปเกือบทั้งหมด ถ้ายังลังเลว่าจะให้ลูกค้าสั่งเองหรือให้พนักงานรับต่อไป ลองอ่านข้อดีข้อเสียของ QR ordering เทียบกับพนักงานรับออเดอร์
ร้านที่มีครัวกับบาร์แยกกัน — ถ้าออเดอร์ต้องไปหลายจุด การมีแค่เมนู QR แทบไม่ช่วยเรื่องนี้ เพราะพนักงานยังต้องแยกส่งเองทุกโต๊ะ ระบบสั่งอาหารที่ส่งออเดอร์เข้าเครื่องพิมพ์แต่ละจุดได้จะช่วยมากกว่า อ่านเพิ่มเรื่องการแยกออเดอร์เข้าครัวและบาร์อัตโนมัติ
ถ้าจะใช้ระบบสั่งอาหาร QR ควรเช็กอะไร
ถ้าคิดว่าร้านต้องการระบบสั่งอาหาร ลองใช้คำถามเหล่านี้คุยกับผู้ให้บริการทุกเจ้า
แต่ละโต๊ะมี QR ของตัวเองไหม — ถ้าไม่มี ระบบจะไม่รู้ว่าออเดอร์มาจากโต๊ะไหน
ลูกค้าใส่ตัวเลือกและหมายเหตุได้ไหม — เช่น เผ็ดน้อย ไม่ใส่ผัก หรือเลือกขนาด
พนักงานรู้ได้ยังไงว่ามีออเดอร์เข้า — ดูจากเครื่องไหน มีเสียงแจ้งไหม และต้องเปิดแอปค้างไว้หรือเปล่า
พิมพ์เข้าครัวได้ไหม และอยู่ในราคาแพ็กเกจไหน — บางร้านต้องการแค่ให้พนักงานเห็นออเดอร์ บางร้านต้องการให้ออเดอร์ออกที่ครัวเลย
พนักงานยังสั่งแทนลูกค้าได้ไหม — ลูกค้าบางคนไม่สะดวกสแกน ร้านควรรับออเดอร์ให้ได้ในระบบเดียวกัน
มีภาษาอังกฤษให้ลูกค้าต่างชาติไหม — ถ้าร้านมีลูกค้าต่างชาติ เรื่องนี้สำคัญมาก
คิดเงินยังไง — รายเดือน ต่อออเดอร์ หรือทั้งสองแบบ
สรุป: เลือกแบบไหนดี
ถ้าแค่อยากให้ลูกค้าเห็นเมนูบนมือถือ แก้ราคาได้ง่าย และไม่ต้องพิมพ์เล่มใหม่ เมนู QR ฟรีหรือราคาถูกก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าระบบสั่งอาหาร
ถ้าอยากให้ลูกค้าสั่งเองได้จริง และให้ออเดอร์เข้าร้านพร้อมเลขโต๊ะโดยไม่ต้องผ่านการจด สิ่งที่ร้านต้องการคือระบบสั่งอาหาร QR ซึ่งเมนู QR ทำแทนไม่ได้
สำหรับร้านที่อยู่ในกลุ่มหลัง BkkBoost Dine เป็นระบบสั่งอาหารและ POS สำหรับร้านอาหารในไทย แต่ละโต๊ะมี QR ของตัวเอง ลูกค้าไม่ต้องโหลดแอปหรือสมัครสมาชิก เลือกภาษาไทยหรืออังกฤษได้ เมนูมีรูป ตัวเลือก หมายเหตุ และป้ายบอกเมนูที่หมด ลูกค้าสั่งเพิ่มได้หลายรอบ เห็นสถานะว่าออเดอร์ส่งถึงร้านแล้ว และกดเรียกพนักงานหรือขอบิลได้เมื่อร้านเปิดไว้ ส่วนพนักงานจะได้ยินเสียงแจ้งเมื่อมีออเดอร์เข้า ตราบใดที่เปิดแอปพนักงานไว้
แพ็กเกจ Dine QR (690 บาท/เดือน) สำหรับร้านที่ต้องการให้ลูกค้าสแกนสั่งเองที่โต๊ะ พร้อมพิมพ์ออเดอร์เข้าครัว ถ้าต้องการให้พนักงานรับออเดอร์ในระบบเดียวกัน จะเริ่มที่แพ็กเกจ Dine (990 บาท/เดือน) ไม่มีค่าธรรมเนียมต่อออเดอร์ และค่าติดตั้งรวมอยู่ในค่าบริการรายเดือนแล้ว ดูรายละเอียดของแต่ละแพ็กเกจได้
สิ่งที่ Dine ไม่ได้ทำ คือรับออเดอร์กลับบ้านหรือเดลิเวอรีจากลูกค้าโดยตรง และไม่รับชำระเงินด้วยบัตรผ่านมือถือ ระบบนี้ออกแบบมาสำหรับลูกค้าที่นั่งทานในร้าน
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าร้านของคุณควรใช้แบบไหน ทักมาคุยที่ LINE @bkkboost ได้เลยครับ ถ้าเมนู QR ธรรมดาก็พอสำหรับร้านคุณ เราจะบอกตรง ๆ
อ่านต่อ
บทความทั้งหมด

