ร้านอาหารและคาเฟ่
ระบบสั่งอาหาร QR Code คืออะไร และร้านอาหารไทยได้ประโยชน์อย่างไร
ลูกค้าสแกน QR ที่โต๊ะ สั่งอาหารเอง ออเดอร์วิ่งเข้าครัวทันที — ไม่ต้องเรียกพนักงาน ไม่ต้องจดออเดอร์ผิด บทความนี้อธิบายว่าระบบ QR ordering ทำงานยังไง และทำไมร้านอาหารในไทยถึงเริ่มใช้กันมากขึ้น
ในบทความนี้7
ปัญหาที่ร้านอาหารทุกร้านเคยเจอ
ถ้าคุณเปิดร้านอาหารในกรุงเทพฯ คุณน่าจะคุ้นเคยกับสถานการณ์แบบนี้ — ชั่วโมงเร่งด่วน พนักงานเสิร์ฟไม่พอ ลูกค้ายกมือเรียกแล้วเรียกอีกแต่ไม่มีคนมารับออเดอร์ พอรับได้ก็จดผิด สั่งหมูแต่ได้ไก่ ลูกค้าหงุดหงิด พนักงานก็เหนื่อย
ยิ่งถ้าเป็นร้านบุฟเฟ่ต์ ปัญหายิ่งซ้อนกัน — ต้องจับเวลา ต้องดูว่าโต๊ะไหนสั่งอะไรได้บ้าง ต้องคิดเงินให้ถูกแพ็กเกจ ทุกอย่างวุ่นวายหมด
ระบบสั่งอาหารผ่าน QR Code ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้โดยเฉพาะ และที่สำคัญคือ ลูกค้าไม่ต้องโหลดแอปอะไรเลย
ระบบสั่งอาหาร QR Code คืออะไร?
พูดง่าย ๆ คือระบบที่ให้ลูกค้าสแกน QR Code บนโต๊ะด้วยมือถือ แล้วเปิดเมนูขึ้นมาบนหน้าจอ ลูกค้าเลือกเมนู กดสั่ง แล้วออเดอร์จะวิ่งเข้าครัวทันที โดยไม่ต้องผ่านพนักงานเสิร์ฟเลย ซึ่งต่างจากเมนู QR ที่ให้ลูกค้าแค่เปิดดูเมนูบนมือถือ (ดูเมนู QR กับระบบสั่งอาหาร QR ต่างกันยังไง)
ระบบแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในต่างประเทศ ร้านอาหารในญี่ปุ่น เกาหลี และสิงคโปร์ใช้กันมานานแล้ว แต่สำหรับร้านอาหารในไทย เพิ่งเริ่มมีระบบที่ออกแบบมาให้เหมาะกับวิธีการทำงานของร้านไทยจริง ๆ — รองรับภาษาไทย พิมพ์ตั๋วครัวเป็นภาษาไทย และลูกค้าเปิดเมนูบนมือถือของตัวเองได้ทันทีโดยไม่ต้องโหลดแอป
ขั้นตอนการทำงานจริง ๆ เป็นยังไง?
ขั้นตอนทั้งหมดง่ายมาก ทั้งฝั่งลูกค้าและฝั่งร้าน
ฝั่งลูกค้า: 1. นั่งที่โต๊ะ สแกน QR Code ด้วยกล้องมือถือหรือ LINE 2. เมนูเปิดขึ้นมาบนมือถือ มีรูปอาหาร ราคา พร้อมรายละเอียด 3. เลือกเมนูที่ต้องการ ใส่หมายเหตุถ้ามี (เช่น ไม่ใส่ผัก เผ็ดน้อย) 4. กดส่งออเดอร์ เสร็จ
ฝั่งร้าน: 1. ออเดอร์ปรากฏบนหน้าจอของพนักงานทันที พร้อมเสียงแจ้งเตือน 2. ตั๋วครัวพิมพ์ออกจากเครื่องพิมพ์ในครัวโดยอัตโนมัติ (ระบบแยกออเดอร์เข้าครัวและบาร์ทำงานยังไง) 3. พนักงานครัวทำอาหารตามตั๋ว ไม่ต้องถามซ้ำ 4. เมื่อลูกค้าพร้อมจ่ายเงิน ก็กดเรียกบิลจากมือถือได้เลย
ทั้งหมดนี้ไม่ต้องให้ลูกค้าโหลดแอป ไม่ต้องสมัครสมาชิก แค่สแกน QR แล้วสั่งได้เลย
ประโยชน์ที่ร้านอาหารไทยได้จริง
ร้านอาหารที่เริ่มใช้ระบบ QR ordering จะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง:
ลดความผิดพลาดในการรับออเดอร์ — ลูกค้าเลือกเมนูเอง กดสั่งเอง ไม่มีขั้นตอน "พนักงานจดแล้วไปบอกครัว" ที่มักเกิดความผิดพลาด สิ่งที่พิมพ์ออกมาที่ครัวคือสิ่งที่ลูกค้ากดสั่งไว้เอง
รับลูกค้าได้มากขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มพนักงาน — ในชั่วโมงเร่งด่วน พนักงาน 1 คนต้องดูแลหลายโต๊ะ ถ้าลูกค้าสั่งเองได้ พนักงานก็มีเวลาไปทำงานอื่น เช่น เสิร์ฟอาหาร เก็บโต๊ะ หรือดูแลลูกค้าที่ต้องการความช่วยเหลือจริง ๆ
ลูกค้าสั่งเพิ่มง่ายขึ้น — เวลาลูกค้าอยากสั่งเพิ่ม ถ้าต้องเรียกพนักงานแล้วรอ บางทีก็เลิกอยากสั่ง แต่ถ้ากดสั่งเพิ่มจากมือถือได้เลย ยอดต่อโต๊ะมักจะสูงขึ้น
เหมาะกับร้านที่มีลูกค้าต่างชาติ — ระบบแสดงเมนูได้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ลูกค้าต่างชาติไม่ต้องชี้รูปในเมนูหรือพยายามอธิบายเป็นภาษาไทย กดสั่งเองได้เลย
เห็นข้อมูลร้านชัดขึ้น — เจ้าของร้านเห็นรายงานรายวัน ว่าเมนูไหนขายดี ช่วงเวลาไหนลูกค้าเยอะ ยอดเฉลี่ยต่อโต๊ะเท่าไหร่ ข้อมูลพวกนี้ช่วยให้ตัดสินใจเรื่องเมนูและพนักงานได้ดีขึ้น
ถ้ายังลังเลว่าร้านคุณควรให้ลูกค้าสั่งเองหรือให้พนักงานรับออเดอร์ต่อไป ลองอ่านข้อดีข้อเสียของ QR ordering เทียบกับพนักงานรับออเดอร์
ร้านแบบไหนเหมาะกับระบบนี้?
ระบบ QR ordering เหมาะกับร้านอาหารหลายประเภท แต่ร้านที่จะได้ประโยชน์มากที่สุดคือ:
ร้านบุฟเฟ่ต์ — ไม่ว่าจะเป็นชาบู ปิ้งย่าง ซูชิบุฟเฟ่ต์ หรือบุฟเฟ่ต์เกาหลี ระบบจะช่วยจัดการเรื่องแพ็กเกจ จับเวลา และแยกว่าลูกค้าโต๊ะไหนสั่งเมนูในแพ็กเกจไหนได้บ้าง ซึ่งถ้าให้พนักงานทำเอง จะยุ่งยากมากโดยเฉพาะตอนร้านเต็ม (ดูปัญหาที่ร้านบุฟเฟ่ต์เจอทุกวันและวิธีแก้)
ร้านที่พนักงานน้อย — ร้านขนาดกลางที่มีพนักงานจำกัด ระบบช่วยลดภาระงานรับออเดอร์ไปได้เกือบทั้งหมด
ร้านที่มีลูกค้าต่างชาติ — เมนู 2 ภาษาช่วยให้ลูกค้าต่างชาติสั่งอาหารได้เองโดยไม่ต้องพึ่งพนักงาน
ร้านที่ใช้ Loyverse POS — ถ้าร้านคุณใช้ Loyverse อยู่แล้ว ระบบ QR ordering บางตัวนำเข้าเมนูจาก Loyverse ได้ ทำให้ไม่ต้องกรอกเมนูใหม่ทั้งหมด (อ่านวิธีใช้ Loyverse ร่วมกับระบบสั่งอาหาร QR ซึ่งเป็นบทความภาษาอังกฤษ)
ลูกค้าต้องโหลดแอปหรือใช้ LINE ไหม?
ไม่ต้อง ลูกค้าสแกน QR ที่โต๊ะด้วยกล้องมือถือหรือตัวสแกนใน LINE ก็ได้ แล้วเมนูจะเปิดขึ้นเป็นหน้าเว็บบนมือถือทันที ไม่ต้องโหลดแอป ไม่ต้องสมัครสมาชิก และไม่ต้องล็อกอิน
สำหรับ BkkBoost Dine การสั่งอาหารทำผ่านหน้าเมนูบนเบราว์เซอร์ ไม่ได้สั่งผ่านแชท LINE ส่วน LINE ใช้ในจุดอื่นที่เหมาะกว่า เจ้าของร้านรับสรุปยอดขายประจำวันทาง LINE และถ้าร้านเชื่อมต่อ LINE Official Account ของร้านไว้ ร้านก็ส่งข้อความใบเสร็จหรือขอรีวิวถึงลูกค้าทาง LINE ได้ ซึ่งเป็นตัวเลือกเสริม ไม่ใช่สิ่งที่ลูกค้าต้องทำก่อนสั่งอาหาร
เริ่มต้นยากไหม?
จริง ๆ แล้วไม่ยากอย่างที่คิด ระบบ QR ordering สมัยนี้ไม่ต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์ราคาแพง ไม่ต้องจ้างโปรแกรมเมอร์ และไม่ต้องมีความรู้ด้านเทคนิค ส่วนใหญ่ผู้ให้บริการจะ setup ให้ทั้งหมด แค่บอกรายละเอียดร้าน ส่งเมนู แล้วระบบก็พร้อมใช้ภายในไม่กี่วัน
อย่าง BkkBoost Dine ก็เป็นระบบสั่งอาหารและ POS สำหรับร้านอาหารในกรุงเทพฯ ลูกค้าสแกน QR สั่งเองได้ พนักงานสั่งจากเครื่องของร้านได้ หรือใช้ทั้งสองแบบพร้อมกัน เริ่มต้นที่ Dine QR 690 บาท/เดือน (ดูแพ็กเกจและราคาทั้งหมด)
ถ้าสนใจอยากรู้เพิ่มเติมว่าระบบแบบนี้เหมาะกับร้านคุณไหม ทักมาคุยกับเราได้ที่ LINE @bkkboost ได้เลย ยินดีให้คำปรึกษาครับ ไม่มีค่าใช้จ่าย
อ่านต่อ
บทความทั้งหมด

